Archives for 5 ต.ค.,2021

You are browsing the site archives by date.

ความหลากหลายของกีฬากรีฑา อีกหนึ่งความสำเร็จของไทยใน พาราลิมปิก เกมส์ โตเกียว 2020

ความหลากหลายของกีฬากรีฑา อีกหนึ่งความสำเร็จของไทยใน พาราลิมปิก เกมส์ โตเกียว 2020

เมื่อไม่นานมานี้หลายคนน่าจะได้ยินข่าวดีจากทัพนักกีฬาไทยใน พาราลิมปิก โตเกียว 2020 แล้วถึงการได้รับชัยชนะ จากการแข่งขันประเภทกรีฑา มาถึง 9 เหรียญด้วยกัน

กีฬากรีฑาในพาราลิมปิคเกมส์ถูกแบ่งออกเป็น 6 คลาสด้วยกันนั่นเอง โดยในแต่ละคลาสก็จะถูกแบ่งออกอีกเป็น 2 ประเภท คือแบบลู่ T (track)กับประเภทลาน F (field)

คลาสที่ 1 vision impairment (T/F11-T/F13) สำหรับนักกีฬาที่มีความบกพร่องทางสายตา โดยจะมีการแบ่งรายละเอียดรูปแบบการแข่งขันลงไปอีกเพื่อความยุติธรรม

คลาสที่ 2 INTELLECTUAL IMPAIRMENT (T20/F20) สำหรับนักกีฬาที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา จะมีการแข่งขันทั้งรูปแบบการวิ่ง(running)และการกระโดดไกล(long jump)

คลาสที่ 3 COORDINATION IMPAIRMENTS (F31, T32/F32-T38/F38) สำหรับนักกีฬาที่มีความบกพร่องในการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อ เช่นผู้เข้าแข่งขันที่มีภาวะสมองพิการ(cerebral Palsy)หรือภาวะบาดเจ็บของสมอง(Traumatic Brain Injury)โดยในคลาสนี้จะมีการแข่งขันทั้งในรูปแบบของการขว้าง(throwing )การกระโดดไกล(long jump)หรือการวิ่ง(running) เป็นต้น

คลาสที่ 4 SHORT STATURE (T40/F40, T41/F41)หรือ ภาวะตัวเตี้ย ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นอีก 2 ชนิด ตามส่วนสูงและสัดส่วนของแขน

คลาสที่ 5 LIMB DEFICIENCIES (T42/F42 – T46/F46, T47; T/F61-64)สำหรับนักกีฬาที่สูญเสียขาหรือแขนทั้งจากการผ่าตัดหรือจากความบกพร่องตั้งแต่กำเนิด โดยในการแข่งขันจะมีทั้งการแข่งในรูปแบบของการทุ่มน้ำหนักหรือการแข่งขันขว้างลูกเหล็ก(shot put) กระโดดสูง(high jump)และการวิ่ง(running)ซึ่งในคลาสนี้ นักกีฬาจะมีการใช้ขาเทียมหรือแขนเทียมมาเป็นอีกส่วนสำคัญในการเข้าแข่งขันอีกด้วย

คลาสที่ 6 IMPAIRED MUSCLE POWER OR IMPAIRED RANGE OF MOVEMENT (T51-54; F51-57)หรือผู้มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือมีการเคลื่อนไหวจำกัด นักกีฬาในคลาสนี้จะมีทั้งการแข่งโดยใช้วีลแชร์อย่าง วีลแชร์เรซซิ่งหรือการนั่งบนเก้าอี้เฉพาะสำหรับการแข่งขันในรูปแบบการขว้าง(Throwing chair) โดยการแข่งขันจะถูกแบ่งประเภทไปตามความสามารถของการใช้กำลังกล้ามเนื้อในแต่ละส่วนแตกต่างกันไป

ขอบคุณข้อมูลจาก International Paralympic committee

Read More

การเขียนอีเมลถึงอาจารย์

การเขียนอีเมลถึงอาจารย์

อีเมลเป็นอีกหนึ่งช่องทางการติดต่อในสมัยนี้ การเขียนอีเมลถึงอาจารย์ ก็เป็นที่นิยมกันมาที่สุด และดูเหมือนจะค่อนข้างเป็นทางการเลยทีเดียว ซึ่งหลากหลายองค์กร หลายมหาวิทยาลัย ก็ได้ใช้อีเมล ในการติดต่อสื่อสาร

นักศึกษาหลายคนอาจเจอปัญหาอยากส่งอีเมลติดต่ออาจารย์ แต่ไม่เคยเขียนอีเมลเลย ต้องเขียนยังไงดีนะ?

บ้างก็สับสน ว่าเอ๊ะ ! จะต้องเริ่มอย่างไรถึงจะถูกต้อง ดูสุภาพ ทางการ เป็นการเป็นงาน ส่งอีเมลหาอาจารย์ทั้งที ก็อยากให้อาจารย์เปิดมาแล้วประทับใจสักหน่อย ว่าเราเองก็เตรียมตัวมาดี ไม่โบ้ๆเบ้ๆไปวันๆแน่นอน

ดังนั้น เรามาลองดูตัวอย่างอีเมลอย่างในรูปนี้กัน แล้วจะเข้าใจว่าการเขียนอีเมลไม่ยากอย่างที่คิด

เกร็ดเพิ่มเติมสำหรับการเขียนอีเมลถึงอาจารย์
1. ใช้อีเมลนักศึกษา@student.mahidol.edu/@student.mahidol.ac.th ในการติดต่อกับอาจารย์หรือโรงเรียน ( โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธรก็เช่นกัน )
2. สำคัญมาก! อย่าลืมมม ใส่หัวข้ออีเมลทุกครั้ง หัวข้ออีเมลคือหัวข้อที่ต้องการติดต่ออาจารย์ผู้สอนหรืออาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องอะไร
3. แนะนำตัวเองด้วย ชื่อ-นามสกุล รหัสนักศึกษา หรือรายละเอียดเพิ่มเติมเช่น เป็นนักศึกษาในรายวิชา SIPOxxxx xxxxx หรือ เป็นนักศึกษาในกลุ่มที่ปรึกษาของอาจารย์
4. บอกวัถุประสงค์ของการติดต่อ เช่น ขอนัดพบอาจารย์เพื่อปรึกษาหัวข้อวิจัย ไม่ทราบว่าอาจารย์จะสะดวกวันจันทร์หรืออังคารหน้า เวลา xx ไหมครับ // ขอส่งแบบฟอร์มลาเรียนของวิชา xxxx วันที่ xx เนื่องจาก xxxxx
5. ขอแสดงความนับถือหรือขอบคุณและใส่ชื่อตัวเองลงท้ายอีเมลทุกครั้ง
6. ถ้ามีเอกสารแนบ อย่าลืมแนบเอกสารมาด้วยล่ะ

 

สามารถติดตามคอนเท้นท์น่าสนใจเพิ่มเติมได้อีก ที่ Facebook SSPO Thailand

อย่าลืมไปกดไลค์ ติดตามข่าวสาร SSPO กันไว้นะ

Read More

ชีวกลศาสตร์

จากที่เราได้เกริ่นไปแล้วถึงความสำคัญของวิชาฟิสิกส์กับกายอุปกรณ์ไป วันนี้มาดูรายละเอียดของวิชาชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) กันค่ะ

วิชาชีวกลศาสตร์ เป็นวิชาหนึ่งในวิทยาศาสตร์ประยุกต์สาขาชีวฟิสิกส์ (Biophysics) ที่ทำการศึกษาแรงและผลของแรงในสิ่งมีชีวิต ซึ่งวิชาชีวกลศาสตร์ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในอีกหลากหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งวงการแพทย์ วงการวิศวกรรม วงการกีฬาและอื่นๆอีกมากมาย

โดยชีวกลศาสตร์ในงานกายอุปกรณ์ มุ่งเน้นการการประยุกต์ใช้เพื่อศึกษาผลลัพธ์และประสิทธิภาพของกายอุปกรณ์ที่เราให้กับคนไข้ทั้งในทางคลินิก และการพัฒนางานวิจัย

แม้ว่าในวิชาชีวกลศาสตร์จะแบ่งย่อยอีกหลายแขนง แต่ที่ใช้มากในงานกายอุปกรณ์ คือ การศึกษาการเคลื่อนไหวของวัตถุที่มีรูปทรงแน่นอน (Rigid body) ในที่นี้ก็คือลักษณะทางกายภาพของร่างกายเรานั่นเองค่ะ โดยมีหัวข้อมากมายที่นักกายอุปกรณ์ต้องศึกษา เช่น ชีวกลศาสตร์การเดิน ชีวกลศาสตร์ของกระดูสันหลัง ชีวกลศาสตร์ของกล้ามเนื้อ และยังมีชีวกลศาสตร์สำหรับกายอุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์เทียม แยกไปแต่ละชนิดของอุปกรณ์ด้วยค่ะ

Read More

คาร์บอนไฟเบอร์ กับ กายอุปกรณ์

คาร์บอน ไฟเบอร์ กับ กายอุปกรณ์

คาร์บอน ไฟเบอร์ หรือไฟเบอร์แกรไฟต์ คือ วัสดุทางวิทยาศาสตร์ที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลักโดยเส้นใยคาร์บอนหลายพันเส้นจะถูกมัดรวมเข้าด้วยกัน และเป็นวัสถุที่ถูกนำมาใช้ร่วมกันวัสดุอื่นๆเพื่อเสริมความแข็งแรง โดยคาร์บอนไฟเบอร์จะมีคุณสมบัติ ต้านทานแรงดึงสูง มีความแข็งแรงสูง น้ำหนักเบา ทนต่ออุณหภูมิสูง ทนต่อสารเคมี แต่เส้นใยคาร์บอนมีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเส้นใยชนิดอื่น อาทิ เส้นใยแก้วหรือเส้นใยพลาสติก

ปัจจุบันมีการนำมาใช้ ในการทำกายอุปกรณ์หลายชนิด มีทั้งการขึ้นรูปทั้งชิ้นงานด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ หรือการใช้ในบางจุดเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง เช่น เบ้าขาเทียม (Prosthesis socket), อุปกรณ์ดามข้อเท้า (AFO), แผ่นเสริมในรองเท้า (Carbon fiber spring plate)

Read More

ฟิสิกส์กับกายอุปกรณ์

รู้ไหม ทำไมนักกายอุปกรณ์ต้องเรียนฟิสิกส์ ??
.
อย่างที่เราทราบกันดีว่าฟิสิกส์ เป็นวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยการศึกษาเกี่ยวกับ พฤติกรรมธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต สสาร พลังงาน และการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ แม้ว่ารายวิชาฟิสิกส์จะมีขอบเขตรายวิชาที่กว้างขวางมาก แต่ก็มีหลายสาขาย่อยที่ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนกายอุปกรณ์เพื่อให้นักกายอุปกรณ์เข้าใจกระบวนการทำงานของอุปกรณ์แต่ละชนิด และนำไปเป็นความรู้พื้นฐานในการพัฒนางานกายอุปกรณ์อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น

1. การศึกษาแรงกลทางชีวภาพ (Kinetic study)
2. การศึกษารูปแบบของการเคลื่อนไหว (Kinematic study)
3. การศึกษารูปแบบของการหด-คลายตัวของกล้ามเนื้อ (Sequential muscular activity study )
4. การศึกษาพลังงานที่ร่างกายใช้ไปในการเคลื่อนไหว (Energetic study) เป็นต้น

ซึ่งหัวข้อเหล่านี้จะถูกรวมรวบศึกษาในรายวิชา #ชีวกลศาสตร์ หรือ Biomechanics นั่นเอง

Read More

วิวัฒนาการของ “กายอุปกรณ์”

รู้หรือไม่ว่าก่อนปีพุทธศักราช 2500 วิทยาการด้านการทำกายอุปกรณ์เทียม (แขนเทียม และ ขาเทียม) ของประเทศไทยยังไม่เจริญก้าวหน้า ทำให้ผู้พิการเข้าถึงการใช้กายอุปกรณ์ได้ยาก เป็นเหตุให้ผู้พิการต้องเดินทางไปใส่กายอุปกรณ์เทียมที่ต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผู้พิการส่วนใหญ่ใช้ชีวิตโดยไม่ได้ใช้แขนเทียม หรือขาเทียม ขณะที่บางรายจำต้องประดิษฐ์กายอุปกรณ์เทียมขึ้นใช้กันเอง เพื่อทดแทนส่วนที่ขาดหายโดยอาศัยการนำวัสดุที่สามารถหาง่ายในแต่ละท้องถิ่น เช่น ไม้ ผ้า หนังสัตว์ หรืออลูมิเนียม แต่ด้วยวิทยาการทางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ผู้พิการสามารถเข้ารับบริการกายอุปกรณ์ได้ง่ายขึ้นทั้งยังมีวัสดุที่ถูกนำมาใช้ในการทำแขนเทียม ขาเทียมมากมายหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น พลาสติก, พลาสติกชนิดยืดหยุ่นได้, เรซิ่น, คาร์บอนไฟเบอร์ นั่นเอง

Read More

แขนเทียมที่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหว​ผ่านทางความคิด (mind-controlled prosthetic arm)

ไซบอร์ก (Cyborg) หรือ การทำงานร่วมกันระหว่างสิ่งมีชีวิตกับกลไกอิเล็คโทรนิค คงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เมื่อในช่วงปี 2018 ได้มีการรายงาน ว่ามีมนุษย์คนแรกที่ได้ใช้ชีวิตด้วยแขนเทียมที่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหว​ผ่านทางความคิด (mind-controlled prosthetic arm) โดยแขนเทียมนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่พัฒนาขึ้นโดย Johns Hopkins Applied Physics Laboratory ตัวแขนเทียมจะถูกติดตั้งเข้ากับชิ้นส่วนโลหะที่ถูกผ่าตัดฝังเข้ากับกระดูกส่วนต้นแขนของผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ใช้สามารถจะควบคุมการเคลื่อนไหวต่างๆของแขนเทียมผ่านทางความคิด ซึ่งจะสามารถตอบสนองการควบคุมต่างๆ ได้ใกล้เคียงกับแขนของมนุษย์จริงๆ นั่นเอง อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อเสียตรงที่ ผู้ใช้งานแขนเทียมจะต้องไม่สัมผัสกับน้ำและห้ามขับรถด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าเทคโนโลยีสามารถพากายอุปกรณ์ไปได้ไกลเกินกว่าที่เราจะสามารถจินตนาการได้ แม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงทดลองแต่เราก็หวังจะได้เห็นอุปกรณ์เหล่านี้เพิ่มขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้พิการทุกท่าน ให้สามารถกลับมามีอวัยวะที่ใช้งานได้อย่างเหมาะสม และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกๆวัน

Ref : https://futurism.com/mind-controlled-robotic-arm-johnny…
http://www.thailandindustry.com/onlinemag/view2.php…
https://innoversity.masci.or.th/?p=23159

Read More

ต้นกำเนิด “โรงเรียนกายอุปกรณ์สิริธร”

เนื่องจากประเทศไทยมีจำนวนประชากรมากขึ้น ส่งผลให้วิถีชีวิตของประชาชนเปลี่ยนไปมาก และโอกาสในการเกิดความบกพร่องทางการเคลื่อนไหวก็มีมากขึ้นตามไปด้วย โดยสาเหตุหลักของความบกพร่องทางการเคลื่อนไหวเกิดจากอุบัติเหตุจากการใช้ชีวิตและการทำงาน นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่น โรคทางพันธุกรรม โรคเบาหวาน โรคทางระบบประสาท และอีกมากมาย ดังนั้นการฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อให้ผู้พิการสามารถช่วยเหลือตนเองและประกอบสัมมาอาชีพได้จึงเป็นสิ่งสำคัญมากทั้งต่อตัวผู้ป่วย ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เห็นความสำคัญของสาขาวิชาชีพกายอุปกรณ์ จึงได้เริ่มจัดทำหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขากายอุปกรณ์ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาต ให้ใช้ชื่อโรงเรียนว่า “โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร” ซึ่งนำความปลื้มปิติมาสู่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเป็นอย่างยิ่ง

จากโพส ภาพซ้ายเป็นภาพตึกเก่าที่นักศึกษารุ่นแรกของโรงเรียนกายอุปกรณ์ใช้ศึกษา และภาพขวา คือ ภาพตึกปัจจุบันของโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร ที่ได้แยกเป็นตึกเดี่ยวอาคาร 3 ชั้น แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนใช้ในการเรียนการสอน การศึกษาวิจัย รวมถึงงานบริการผู้ป่วยด้วยเช่นกัน

ปัจจุบัน โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร เปิดการเรียนการสอนในสาขากายอุปกรณ์ทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่หลักสูตรปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก พร้อมทั้งเปิดให้บริการคลินิกกายอุปกรณ์ คลินิกหน่วยกายอุปกรณ์สิรินธร โรงพยาบาลศิริราช สำหรับคนไข้ทั่วไป ซึ่งนับเป็นคลินิกกายอุปกรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
Read More